กลับจากแข่งกีฬามหา'ลัย

posted on 29 Jan 2010 12:45 by chocolateto in Diary

*เอนทรี่นี้เขียนขึ้น ไม่ได้มีเจตนาจะกล่าวพาดพิงถึงบุคคลใดเป็นพิเศษ หากทำให้ท่านใดเกิดความไม่พอใจขออภัย ณ ที่นี้ด้วย

 

กลับจากมธ.แล้วจ้า หลังจากไปอยู่ที่นู่นมาครบ 1 อาทิตย์พอดิบพอดี

เป็นครั้งแรกที่เคยเล่นกีฬาจริงจังขนาดนี้ และเพิ่งเคยรู้ว่างานกีฬามหา'ลัยเป็นแบบนี้ (ฮ่า)

เมื่อวันศุกร์ที่22 ออกเดินทางจากมทส.(มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (SUT)) ประมาณ 4 โมงมั้ง สภาพอากาศฝนตกโปรยปราย เราเป็นกลุ่มนักกีฬาดาบสากลที่ตามไปทีหลัง (วันนั้นไปประมาณ 7 คน) ไปถึงก็เข้าหอพัก จัดข้าวของ รู้สึกว่ารองเท้าที่ฝากเพื่อนเอามาตอนรอบแรกจะหายไป ก็เลยคิดว่าจะติดไปอยู่ที่หอชาย ตอนไปกินข้าวเลยไปถามหา ปรากฎว่าก็ไม่มี(แต่อารมณ์ตอนนั้นคิดว่าเพื่อนแกล้ง เพราะเพื่อนมันขำตลอดเลย) 

วันที่ 23 เริ่มการแข่งขัน รายการแข่งขัน เอเป้บุคคลชาย เซเบอร์บุคคลหญิง อันหลั้งนี้ม.เราไม่มี ก็ไปเชียร์พี่ๆเค้า สนุกมากๆๆเลย พี่เค้าเข้ารอบ 8 คนด้วย(ถ้าผ่านรอบนี้แล้วยังไงก็ได้เหรียญ) เป็นที่ฮือฮามาก ถึงแม้พี่เค้าจะแพ้ แต่อันดับพี่เค้าขึ้นเป็นที่ 1 นะ จนมีแต่คนพูดถึง แข่งเสร็จก็ไปพักผ่อน รอจบการแข่งของวัน พวกเราก็มาซ้อมกัน เราไม่มีรองเท้าก็ใส่รองเท้าแตะนั่นแหละซ้อม คิดผิดอย่างมากเลย เจ็บเท้าสุดๆ ตอนเย็นก็ไปกอนข้าวพร้อมกัน โค้ชก็มาคุยด้วย บอกว่ามีแต่คนอึ้งกับการแข่งวันนี้ ไม่ได้อึ้งที่มทส.เก่ง เพราะดูฝีมือแล้ว ก็ยังไม่ได้ดีเท่าไหร่ แต่ว่ากำลังใจดีมากๆ
(ระหว่างแข่ง พวกเราที่เหลือทุกคนจะไปยืนเชียร์ ด้วยเสียงเฮฮาและดังลั่น อย่างที่คนอื่นเค้าไม่ค่อยทำกัน)

วันนี้รู้ว่ารองเท้าตัวเองหายไปแล้วจริงๆ ก็เลยโทรหาพี่สาวซึ่งเป็นคนซื้อรองเท้าให้ (ตอนนั้นยังคิดว่าเพื่อนแกล้งอยู่ด้วยซ้ำ) ก็คุยกับพี่ว่ารองเท้าหาย ไม่มั่นใจว่าเพื่อนแกล้งรึเปล่า คุยไปคุยมาน้ำตาล่วงเฉยเลย ตอนแรกกลัวพี่ว่าไง เพราะเค้าซื้อให้เราคู่นึงไม่ใช่ถูกๆ แต่กลายเป็นว่าเค้าห่วงเราว่าแล้วจะมีรองเท้าใส่เล่นมั๊ย? จะทำยังไง? (เราจะร้องไห้ก็เพราะคนอื่นมาห่วงเรามากเกินไปอย่างนี้แหละ) ทีนี้เพื่อนเห็นผิดปกติเลยเดินมาดู เห็นเราร้องไห้คงตกใจ พี่ๆชมรมก็ตกใจกันหมด เราได้ยินพี่ๆเค้าคุยกัน ถามหารองเท้าให้เราใหญ่ เราก็เลยรู้แล้วว่าหายจริงๆนะ พี่เค้าก็เข้ามาคุยๆ เราก็บอกว่า หายน่ะเราไม่ได้ว่าอะไร เราแค่กลัวพี่สาวจะว่า แต่พี่สาวเค้าไม่ว่าอะไรแล้ว เราก็ไม่เป็นไรแล้ว...

วันที่ 24  รายการแข่งวันนี้ ฟอยล์บุคคลชาย เอเป้บุคคลหญิง วันนี้เกิดเรื่องนิดหน่อย แต่สุดท้ายก็คุยกันจนจบไปได้ อาจใช้เวลาในการปรับตัว ทำใจกันบ้าง แต่ทุกอย่างก็ดีขึ้นจนเป็นปกติในที่สุดนะ

วันนี้ตอนบ่ายเราออกไปซื้อรองเท้า ตอนแรกโค้ชจะให้ยืม แต่เราเกรงใจ เราคิดว่ายังไงเรายังต้องใส่เล่นใส่ซ้อมอีกนาน เลยซื้อเลยดีกว่า ตอนไปซื้อเราก็ให้พี่ที่ไปด้วยช่วยเลือกให้เพราะเราเลือกไม่เป็น เราก็บอกงบเค้าไปว่าเราได้เท่าไหร่ พี่ๆเค้าก็หาให้ เอาแบบที่ว่าใส่แล้วสบาย เหมาะกับสนามแข่ง สุดท้ายตอนจ่ายเงินพี่เค้าจ่ายเงินให้ เราตกใจมากเลย เราจะไม่ยอม พี่เค้าบอกว่ามันเป็นความผิดของพี่ๆที่ไม่ดูแลของให้น้อง เราก็บอกว่า เราก็ผิดด้วย เพราะไม่จัดการของตัวเองให้เรียบร้อย แต่พี่เค้าก็ไม่ยอมให้เราจ่าย เค้าบอกว่านี่เงินของทุกๆคนรวมกันมาให้ ทุกคนจะช่วยซื้อให้ ตอนนั้นน้ำตาเราแทบร่วงอีกแล้ว

กลับไปก็ไปซ้อม แล้วตอนกินข้าวเย็น เราก็ขอบคุณ พี่ๆเพื่อนๆแล้วก็โค้ช เรื่องรองเท้าเรา ก็เกือบรองไห้อีกแล้ว โค้ชเค้าก็บอกว่าทีมพวกเราเนี่ยเป็นทีมที่ไม่มีใครเหมือนนะ กระเป๋าใส่รองเท้าที่ไม่ได้อยู่ในงบมหา'ลัย ผู้จัดการทีมก็ซื้อมาให้ แล้วเรื่องรองเท้าเนี่ยก็ไม่มีใครที่ไหนเค้ารวมเงินกันซื้อให้ขนาดนี้หรอก โค้ชบอกว่าตรงนี้คือสิ่งที่เรามี แต่หลายๆทีมไม่มี..

วันที่ 25 วันนี้เป็นเซเบอร์บุคคลชาย ฟอยล์บุคคลหญิง ก็เชียร์กันสนุกสนานอย่างทุกวัน วันนี้กลับถึงห้องก็หลับเป็นตายกันหมด เป็นอันว่าพวกผู้หญิงไม่ได้ไปซ้อม (ฮา) แต่ก็ไปทานข้าวเย็นด้วยกัน ก็พูดคุย สรุปเรื่องราวต่างๆของวัน และก็ยังเป็นที่พูดกันอย่างไม่ขาดปาก ซึ่งโค้ชเองก็เอามาบอกพวกเราทุกวัน ว่ามทส.กำลังเป็นที่พูดถึงกันมากพอดู ซึ่งจะออกแนวไปในทางกำลังใจ แรงใจของนักกีฬามากกว่าความเก่ง เพราะอย่างที่โค้ชบอกว่า ฝีมือพวกเรายังเทียบคนอื่นไม่ได้เลย เพราะเราซ้อมน้อย และอ่อนกว่าคนอื่นเค้ามากๆ (เนื่องด้วยเวลาเรียนไม่เหมือนชาวบ้าน เรียนหนักสอบบ่อย เวลาซ้อมเลยน้อยลง) แต่พวกเราเชียร์กัน ซัพพอร์ตกันจนมีแรงฮึดสู้ในทุกๆวัน...

วันที่ 26 เริ่มการแข่งขันประเภททีม เอเป้ทีมชาย เซเบอร์ทีมหญิง(ม.เรายังไม่มีทีมนี้) วันนี้ก็ลุ้นกันจนเหนื่อยอีกแล้ว สนุกสุดๆ หลังจากนั้นก็พักรอจบการแข่งขัน พวกเราก็ซ้อม พรุ่งนี้เราต้องแข่งแล้ว เพราะงั้นวันนี้สนามซ้อมเลยโดนทีมเรายึด ซ้อมเหนื่อยมาก(จริงๆแล้ว เราเกร็งแขนมากกว่าเลยเล่นไม่เต็มที่) แต่ยังอยากจะเล่นอีก ตอนที่โค้ชบอกให้เลิกได้แล้ว ไปกินข้าวด้วยกัน มีการสรุปงานและวางแผนการเล่นอย่างทุกวัน กลับไปเราก็รีบอาบน้ำ นอน คืนนั้นฝันถึงการแข่งด้วย

วันที่ 27 ฟอยล์ทีมชาย เอเป้ทีมหญิง แข่งแล้วครับวันนี้ ตื่นเต้นสุดๆ เพิ่งเคยเล่นทีมครั้งแรก กลัวไปหมดเลย เราเป็นมือ3ของทีม ลงไปครั้งแรกก็พอจบเกมได้โดยที่ยังนำอยู่ แต่พอลงอีกรอบ ไปเจอมือ1เค้าสูงกว่า ก็เลยยิ่งกังวลเล่นไม่ออก เสียแต้มบานเบอะ แต้มเราตาม 9 แต้ม รอบสามเลยให้ตัวสำรองลงแทน แต่สุดท้ายก็แพ้ คืนนั้นกลับไปไปแอบร้องไห้อยู่คนเดียวด้วย มันรู้สึกว่าตัวเองเล่นไม่เต็มที่อะ กล้าๆกลัวๆอยู่ได้ เสียดายอะ แล้วพี่ๆเค้าก็หวังกันมากด้วย
วันนี้ตอนกินข้าวเย็น โค้ชเค้าถามด้วยว่า พวดเรารู้รึเปล่าว่า ไอทีมเราที่เป็นทีมกันอยู่ทุกวันนี้ ความเป็นทีม การเป็นกำลังใจกัน การเป็นหนึ่งเดียวกันที่คนอื่นๆเค้าพูดถึงนี่พวกเรารู้มั๊ยว่ามันมีตั้งแต่เมื่อไหร่ ทุกคนต่างตอบว่าไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นเมื่อไหร่
เราเลยกลับไปคิด...หาเหตุผลของเราว่ามันเริ่มขึ้นเมื่อไหร่??

วันที่ 28 เซเบอร์ทีมชาย ฟอยล์ทีมหญิง วันนี้คนเริ่มเหลือน้อยลง เพราะว่า พี่ๆเค้าจำเป็นต้องกลับไปเรียนกัน (เพราะใกล้สอบแล้ว) แต่ก็เชียร์กันมันส์เหมือนเดิม เข้ารอบ 8 อีกแล้ววันนี้ฟอยล์ทีมหญิง นำๆตามๆกันไป สุดท้ายคะกนนห่างกันมาก พี่คนที่เป็นคนปิดเกมส์ ยังไล่ไปได้ตั้ง 10 แต้ม เล่นเอาทุกคนอึ้งกันไปหมดเลย เล่นได้สุดยอดมากๆ มันส์กันชนิดว่าไม่มีมานั่งเสียใจเลย ตอนบ่ายก็ไปกินข้าวเที่ยงด้วยกัน เพราะวันนี้เย็นจะกลับโคราชแล้ว..

ไปแข่งครั้งนี้ ได้ประสบการณ์กลับมาเยอะมากๆ ไม่ใช่แค่เรื่องกีฬา แต่หมายถึงทีมของพวกเราด้วย

 

ครั้งหน้าพวกเราสัญญาว่าจะไปเอาเหรียญ!!! ^^

 

 

"พวกเรามี ในสิ่งที่คนซึ่งเก่งกว่าเราสิบเท่าไม่มี"  โค้ชบอกว่าโค้ชกล้าพูด และหลายๆคนก็เห็นด้วยกับโค้ช โค้ชพูดอย่างนี้กับพวกเราทุกๆวัน

 

ขอบคุณชมรม

ขอบคุณพี่ๆเพื่อนๆ โค้ช ผู้จัดการทีม และทุกๆคนที่เกี่ยวข้อง

ที่ทำให้เราได้เล่นกีฬาอย่างมีความสุข และสนุกสนานทุกครั้ง

 

edit  6:17  29/01/10

อีกคำที่โค้ชเคยพูดไว้ "ขอให้กีฬาทำให้เราเป็นคนเต็มคน"

 

Comment

Comment:

Tweet

confused smile ชอบที่โค้ทพูดครับ
แม้จะแพ้แต่ก็เป็นประสบการณ์ครับ ^^

#2 By r i j e -[a x k i z e l] on 2010-02-09 09:39

อ่านแล้วซึ้งใจจริงๆHot!

#1 By Daffodil@CMU on 2010-01-29 14:36