อืม...พร่ำอีกแล้วว...999>666
posted on 13 Sep 2009 00:56 by chocolateto in Diary
!!!เอนทรี่นี้ พร่ำไปเรื่อยเปื่อยอีกแล้วค่ะ ปิดไปได้เลย
เฮ้ออออ เชื่อเลยกับคำว่า "ความผิดคนอื่นเท่าภูเขา ความผิดเราเท่าเส้นผม"
กระจ่างกับคำนี้ด้วยตัวเอง เพราะตัวเองเป็นเหตุ น่านนนนน
เราไม่ได้คิดเลยว่าตัวเองเป็นคนผิดจนกระทั่งเพื่อนพูดว่า "เธอน่ะที่ผิด ทำไมถึงโทษแต่คนอื่น ไม่เห็นความผิดตัวเองเลยรึไง" โห เล่นเอาเราแทบร้องไห้ อึ้งไปเลยจริงๆนะ น้ำตามาคลอเลยล่ะ
เรื่องของเรื่องก็คือ....
ไม่ค่อยอยากเล่าเลย
แจ่รู้สึกว่าได้ระบายออกมามากเท่าไหร่ เราก็จะรู้สึกดีขึ้นเรื่อยๆ ..งั้นขอหน่อยแล้วกัน
ไม่รู้จะเริ่มยังไง....เอาตอนที่มันเป็นเรื่องก่อนแล้วกัน ต้นเรื่องค่อยเอาทีหลังดีมะ(บอกตัวเอง - -ว)
เมื่อวันที่ 9/9/9 เป็นเช้าวันทำเรายิ้มได้ตั้งแต่เช้า และทำเราอารมณ์เสียได้ตั้งแต่บ่ายยันดึกดื่นมืดค่ำ
เช้าวันนั้น ตอน9โมง9นาที น้องสาวที่ไปโรงเรียนแล้ว (คาดว่าอยู่ในห้องเรียนด้วย) ส่งข้อความมาให้เราก็แบบเรียบๆง่ายๆ น่ารักๆอ่านแล้วอมยิ้มแบบว่า Have a nice day!! (มันมากกว่านี้นิดนึงแต่ลืม)
จนกระทั่งบ่ายๆ ขณะที่นอนเล่นเน็ตอยู่ที่ห้องนอนพ่อ ข้อความก็เข้า เปิดอ่าน!!!
"แล้วจะหายเบื่อ เซ็งเมื่อไหร่ จะได้โทรไปหา" (มีการดัดแปลงเล็กน้อย เพราะจำได้ไม่หมด) อันนี้เล่นเอาหงุดหงิดเลย เราจะไปรู้ได้ยังไงว่ามันจะหายเมื่อไหร่ ถามมาได้เนอะ - * -
คนอื่นอาจจะไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเรา
แต่จะขอย้อนไปอีกซักหน่อย เมื่อประมาณ15-16ชั่วโมงก่อนหน้าที่ข้อความนี้จะเข้า มีข้อความส่งมากลางดึก แต่เราเพิ่งเปิดอ่านตอนดึกมาก
"หลับแล้ว หรือไม่อยากรับโทรศัพท์ ......" (ตัดทอนออกบางส่วน) อ่านแค่นั้นควันออกหูทันที แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะดึกมากแล้ว ก็ได้แต่หงุดหงิดจนหลับไป
เช้ามาเลยส่งข้อความไปว่า "พอดีเบื่อๆเซ็งๆขี้เกียจ เลยไม่รับโทรศัพท์ ปกติปิดเทอมจะปิดเครื่องไว้ด้วย แต่นี่แค่ปิดเสียงอะ"
เรื่องของเรื่องที่ยาวกว่านั้น แต่เราพยายามสรุปแล้ว ได้ความว่า...
- มีคนมาจีบเรา (จะว่าครั้งแรกที่จริงจังขนาดนี้ก็ได้)
- เราก็คุยด้วยตามมารยาท (ด้วยความเกรงใจ คิดว่าอย่างน้อยเค้าก็มาแบบดีๆ)
- มันถึงจุดอิ่มตัว (คือถ้าเราไม่ได้คิดอะไรด้วยมันก็เป็นธรรมดาใช่มั๊ย)
- มันถึงขีดสูงสุด (ตรงนี้ของเรามันออกอาการนะ เดี๋ยวจะเล่าอีกที)
(เราเป็นคนที่ไม่ชอบการคุยโทรศัพท์นานๆอยู่แล้ว ต่อให้คุยกับใครก็เถอะ เราจะทนไม่ค่อยได้ จิตจะเริ่มไม่อยู่กับคู่สาย ตอบรับได้แค่ 'อืม' หรือต้องโดนอีกฝ่ายเรียกให้ตอบ 'อืม' หรือเงียบไปทั้งสองฝ่าย(จุดนี้ทำได้กับแค่คนคนเดียว))
แล้วก็เป็นธรรมดาใช่มั๊ยที่คนเค้าจีบกันเค้าต้องโทรคุย แต่ก็นั่นแหละ เราคนนึงที่ทำไม่ได้ เราบอกกับทุกคนที่เราคุยด้วยเลยว่าเราไม่ชอบการคุยโทรศัพท์ เราคุยโทรศัพท์นานไม่ได้ ...ทุกคนรับรู้แต่เหมือนไม่เข้าใจ
เราไม่ชอบการโทรจิก(หลายๆคนคงเข้าใจ) อาการโทรจิกที่เราเพิ่งเคยเจอนั้นค่อนข้างรุนแรงเลยทีเดียว แรกๆจะเป็นตอนเที่ยง เวลาเลิกเรียน เวลาก่อนอาบน้ำ และก่อนนอน(หรือบางทีหลับไปแล้วเราลุกมารับ เพราะเป็นคนรู้สึกตัวง่าย)
ช่วงแรกๆเพิ่งเริ่มคุยเราเลยยังไม่รู้ขีดดจำกัดตัวเอง หลังๆมา เพิ่มเข้าไปอีก เช้า(ยิ่งถ้าเป็นเสาร์-อาทิตย์คุณจะพบโปรโมชั่นพิเศษ โทรมาบ่อยๆ) ก่อนกินข้าวเย็น หลังกินข้าวเย็น ก่อนอาบน้ำ หลังอาบน้ำ ช่วงอ่านหนังสือ ช่วงก่อนนอน(หรือนอนไปแล้ว)
แล้วเรื่องไม่จบเมื่อมีคนที่ 1 คนที่ 2 ก็ตามมา เมื่อมีคนที่ 2 ก็เอา 2ไปคูณกับเหตุการณ์ข้างบน คุณต้องทำทุกอย่างคูณ2 ไม่ แล้วยังต้องมากังวลอีก(เพราะรู้สึกว่าอย่างน้อยเราน่าจะรักษาน้ำใจเค้า) ...ช่วงนั้นเริ่มเกิดอาการกลืนไม่เข้า และโคตรอยากคาย
ปิดเทอม = อยู่บ้าน = ช่วงเวลาอันสุขี (ปกติอยู่บ้านเราจะไม่พกมือถือ แต่อะไรทำให้เราต้องคอยกังวลจนต้องยอมเอามันติดตัว) เราไม่รับโทรศัพท์เลยเป็นเรื่องแปลก และเริ่มเป็นเรื่องใหญ่เมื่อเราปิดเสียงมัน กลายเป็นการไม่รับรู้การมีตัวตนของมือถือ...
เมื่อเราไปหาเพื่อนและไปค้างกับเพื่อน = ช่วงเวลาพักผ่อน ให้เวลากับเพื่อน(เมื่อไม่ได้เจอกันนาน) เราก็รับบ้างนะ
จนถึงวันที่เราลืมจริงๆ วางมือถือไว้ในห้อง โดยที่เราไปเฝ้าร้านทั้งวัน มันก็คือวันที่ 8/9/9 รู้นะว่ามันดำเนินวนกลับไปที่ข้างบน
เราได้คุยกับเพื่อนก่อนแล้วเรื่องทั้งหมด ก่อนจะคุยกับคนนั้น เพื่อนบอกว่าเราผิด เพราะเราไม่บอกความรู้สึกของเราออกไป เราไม่พูดสิ่งที่เราต้องการ เราโทษคนอื่นไปทั่ว(รำคาญคนนั้น ยันเรื่องที่เพื่อนเราเป็นคนเอาเบอร์ให้กับทั้ง2คนนั้นไป) เพื่อนบอกว่าเรานั่นแหละผิดทั้งหมด เห็นความผิดของตัวเองบ้าง อย่าโยนให้คนอื่น แล้วก็บอกให้เราไปคุยกับคนนั้นดีๆ
เราก็เลยคุย (เราเป็นประเภทไม่กล้าพูดตรงๆมั้ง มันก็กึ่งๆเกรงใจอะ พูดไม่ลง) ตอนนั้น เรารู้สึกอึดอัดมาก เหมือนมีอะไรจุกแน่นที่อก เราเดินกลับไปกลับมาแบบถี่มาก(ผิดปกติกว่าทุกครั้ง) เหงื่อออกมากๆ พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่องวนไปวนมา(ไม่เคยเป็นแบบนี้เลย) แต่พอถึงจุดที่เราหาข้อสรุปได้ว่า "เราเป็นคนที่ทนอะไรนานๆไม่ได้ เบื่อง่ายต่อให้เป็นอะไรที่ชอบมากก็ตาม" (เราพูดไปประมาณนี้ก็ไม่มั่นใจว่าเค้าจะเข้าใจแค่ไหน คือขนาดว่าอะไรที่เราชอบมากๆเรายังอดทนได้ไม่นานเลย แล้วนี่เป็นเรื่องที่เราไม่ชอบเราจะฝืนตัวเองได้แค่ไหน) เราก็รู้สึกดีขึ้น ไอก้อนที่จุกอยู่ที่อกมันก็หายไป แต่ก็ยังคุยต่อ -*- แล้วจู่ๆอาการที่น่ากลัวที่สุดก็เกิดขึ้น ...อยู่ดีๆเราก็เหมือนจะขย้อนบางอย่างออกมา(แต่มันไม่มีอะไรออกมา) แล้วเราก็ไอ ก็คุยต่ออีกซักพัก ก็วางสายไป...(หลังจากนั้นได้โทรไปเล่าให้เพื่อนฟัง ตอนแรกจะคุยM แต่พอดีเพื่อนต้องทำงานแล้ว เลยโทรแทน ..แต่มันรู้สึกโล่ง ไม่มีไอ้อาการก่อนหน้านี้แม่แต่นิด)
จุดสรุปตอนนี้คือ ปิดเทอมจะไม่โทรมา เรากำลังจะเปิดเทอมวันจันทร์นี้...
ถ้าจะเอาจุดลึกกว่านี้อีกนิดนึงก็ยังมี
-ไม่ชอบการพูดจากดดัน
-ไม่ชอบการพูดจาที่ทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองผิด
ตรงนี้ใครๆก็คงไม่ชอบ คนพูดเค้าอาจจะไม่รู้ แต่เราจะสัมผัสมันได้ แม้มันจะเล็กๆก็เถอะ มันไม่ใช่บ้างครั้ง แต่มันแทบจะทุกครั้ง
เราไม่ชอบการทดสอบลองใจด้วยวิธีแปลกๆ มันดูเป็นการไม่ให้เกียรติเรา และมันเป็นการทำร้ายตัวคุณเองด้วย
สุดท้ายเป็นข้อสงสัยที่ไม่น่าสงสัยเลย "คิดว่างานศพเป็นอะไร เราถึงจะเลือกไปเดินเล่นซื้อของ"
ถึงจะบอกว่าสุดท้ายแล้ว แต่มันยังมีอีกเยอะเลยล่ะ ....ช่วงเวลาแค่ไม่กี่เดือน ทำเรา(นิสัย)แย่ได้ขนาดนี้เลยเหรอ
**ก็ยังรู้สึกได้ว่าเรายังโทษคนอื่นอยู่ ยังไม่ค่อยรับผิดกับตัวเอง(แต่รับรู้แล้วล่ะว่าเราเก็บเกินไป บางครั้งมันก็ต้องบอกออกมาบ้าง คนอื่นเค้าไม่ได้รู้กับเราไปทั้งหมด หลังจากนี้เราก็จะพยายาม พยายามบอกมันออกมาให้ได้ ไอความรู้สึกข้างในน่ะ)
**มันก็เป็นเพียงมุมมองของเรา
**ชื่อเอนทรี่ 999 > 666 มาจากที่เราดูข่าวแหละ ประเทศอะไรไม่รู้ที่เค้าเชื่อเรื่องนี้อะ แล้วเค้าไปจี้เครื่องบิน(ใช่เปล่าน้า ได้ฟังข่าวมาผ่านๆอ่า) เค้าบอกว่าเลข 999 เมื่อกลับมันจะเป็น 666 เป็นลางไม่ดี เค้าต้องการออกมาเตือนทุกคน
เราก็คงอารมณ์ประมาณนั้น สงสัยเลข 9 ของเรามันจะรีบร้อนไปหน่อยเลย 6ล้มตีลังกากันไปหมด
